5 BACKDROP สุดอินเทรนด์ สวยไม่มีเอ้าท์

                    Backdrop ในงานแต่งงานนั้นถือเป็นจุดหลักอีกจุดหนึ่งที่งานแต่งงานทุกงานจำเป็นต้องมี ไม่ว่าจะจัดแบบเซฟงบหรือจัดแบบอลังการงานสร้างแค่ไหนก็ตาม เพราะว่างานแต่งที่มีแบ็คดรอปที่เข้ากับธีมของงานแต่งนั้น ๆ ก็จะยิ่งทำให้สถานที่จัดงานที่ดูว่างเปล่านั้นเปลี่ยนไป ทำให้มีบรรยากาศที่ดูโรแมนติกและอ่อนหวาน เหมาะสมกับงานแต่งงานมากยิ่งขึ้น และยังเป็นจุดที่ใช้ถ่ายรูปร่วมกับแขกในงานก็จะได้ภาพที่สวยงามเช่นกัน เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะพาไปดูเทรนด์จัดแบ็คดรอปที่กำลังมาแรงในช่วงนี้กัน โดยเรานำมาถึง 5 แบบเลยนะ จะมีแบบไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย

rsz 80bloger1 01

1.แบ็คดรอปที่ทำจากดอกไม้สด

แม้ว่าแบ็คดรอปจากดอกไม้สดนั้นจะค่อนมีราคาที่แพงตามราคาของดอกไม้ที่คู่บ่าวสาวเลือกใช้ แต่มันก็จะเป็นการแลกมาคุ้มค่าที่สุด เพราะว่าการที่เราจัดแบ็คดรอปแบบดอกไม้สดนั้นจะมีความสวยงามและเป็นธรรมชาติที่สุด แต่ก็ใช่ว่าคู่บ่าวสาวที่ต้องการจัดงานแต่งแบบงบน้อยนั้นจะไม่สามารถจัดแบ็คดรอปดอกไม้สดได้ คู่บ่าวสาวนั้นสามารถจัดในสไตล์มินิมอลหรือซุ้มเล็กก็ดูสวยงามไปอีกแบบเช่นกัน

 

2.แบ็คดรอปที่ใช้รูปพรีเวดดิ้งมาตกแต่ง

แบ็คดรอปแบบนี้กำลังมาแรงสุดในช่วงนี้เลยก็ว่าได้ อาจจะเป็นเพราะสมัยนี้คู่บ่าวสาวนิยมถ่ายพรีเวดดิ้งกันเยอะมากขึ้นพอ ๆ กับถ่ายรูปนอกรอบก่อนรับปริญญา ซึ่งภาพพรีเวดดิ้งนั้นก็จะช่วยเซฟเงินในเรื่องดอกไม้ไปได้มาก และถ้ายังจัดแบ็คดรอปเอาไว้ตรงทางเข้างานทั้งสองฝั่งก็จะทำให้แขกที่มาร่วมงานรู้สึกถึงความรักของคู่บ่าวสาวที่มีให้กัน หรือในกรณีที่หาคู่บ่าวสาวไม่พบ หรือคนเยอะจนไม่ได้ถ่ายภาพร่วมกัน ก็สามารถไปถ่ายกับแบ็คดรอปก็ได้ ดังนั้นในช่วงนี้หลาย ๆ งานจึงใช้ภาพพรีเวดดิ้งนี่แหละมาทำเป็นแบ็คดรอปซะเลย ซึ่งจะทำให้งานดูเก๋ เท่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แถมจบงานยังสามารถเอาภาพกับไปแขวนที่บ้านได้ด้วยนะ

3.แบ็คดรอปที่ทำมาจากผ้า

ผ้าพริ้ว ๆ นั้นก็เป็นวัสดุอีกหนึ่งอย่างที่คู่บ่าวสาวยุคใหม่ที่อยากจัดงานแต่งงนแบบเซฟงบนำมาใช้ทำแบ็คดรอปงานแต่งงานกัน โดยเทคนิคของการจัดแบ็คดรอปให้ดูสมูทนั้นก็คือใช้ผ้าที่มีความพริ้วไหว เลือกสีของผ้าให้เข้ากับธีมงานแต่ง มาจัดแต่งคู่กับพร็อพหรือวัสดุอื่น ๆ เช่นแสงสีของไฟระย้า ดอกไม้สีสันต่าง ๆ เป็นต้น แต่ที่สำคัญของเลือกผ้าที่สีกลืนไปกับธีมงานเด็ดขาด เพราะมันจะทำให้แบ็คดรอปดูไม่มีเสน่ห์และชวนเข้าไปถ่ายภาพนั่นเอง

4.แบ็คดรอปเรียบ ๆ มีแค่ตัวอักษร

จริง ๆ ก็ไม่เชิงว่าเทรนด์นี้จะเป็นเทรนด์ใหม่ เพราะการดีไซน์ฟอนต์ชื่อตัวแรกของคู่บ่าวสาว ให้ออกมาดูเข้ากับธีมงานนั้นมีมานานแล้ว แต่แค่ตอนสมัยก่อนนั้นอาจจะไม่มีดีไซน์ที่มีความแตกต่างเฉพาะงานมากเท่าตอนนี้ เพราะการที่จะต้องดีไซน์ฟอนต์ให้สวยงาม มีความเท่ เก๋ โดยที่ไม่ต้องตกแต่งอะไร แล้วกลายเป็นแบ็คดรอปสุดปังนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้าถามว่าจัดแบ็คดรอปแบบนี้เซฟงบไหม ขึ้นอยู่กับว่าคู่บ่าวสาวนั้นนำวัสดุอะไรมาใช้ทำแบ็คดรอปด้วย แต่โดยรวมแบ็คดรอปแนวนี้ก็เป็นที่นิยมสำหรับคู่บ่าวสาวยุคใหม่พอตัวเลยล่ะ

5.แบ็คดรอปที่ทำจากดอกไม้พลาสติก

ถึงแม้ว่าดอกไม้พลาสติกนั้นจะสวยสู้กับดอกไม้จริง ๆ ไม่ได้ แต่ทว่าดอกไม้พลาสติกหรือดอกไม้ปลอมนั้นมีราคาที่เบากว่าดอกไม้จริงมาก และถ้ายิ่งรู้จักหวิธีจัดแต่งดอกไม้ เลือกดอกไม้พลาสติกในโทนสีละมุนอย่างสีขาว สีชมพูอ่อน หรือสีที่ตรงกับธีม มาจัดแต่งคู่ไปกับพร็อพอื่น ๆ หรือดอกไม้จริงที่คลุมโทนให้ดูสมูท ก็จะสามารถทำให้งานแต่งธรรมดานั้นกลายเป็นงานแต่งที่มีดอกไม้บานสะพรั่งเต็มไปทั้งงานอย่างแน่นอน

แล้วถ้าหากยังคิดไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มยังไง บอกเราสิ
หอประชุมกองทัพอากาศ
รับจัดปาร์ตี้ / งานเลี้ยงปีใหม่ /งานวันเกิด /งานเลี้ยงบริษัท

มีห้องจัดเลี้ยงส่วนตัว อาหารอร่อย บรรยากาศดี
โทร.091-4146180
Line : rtaf80
ติดต่อเราเลย!!! เรายินดีบริการท่าน

6 ขั้นตอนการจัดอีเว้นท์ให้ปัง

การจัดอีเวนท์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า และผู้ที่สนใจอย่างเป็นรูปธรรม แต่ในการเริ่มจัดครั้งแรกที่ต้องเตรียมหลากหลายสิ่ง และจัดการติดต่อประสานงานกับผู้คนจากหลายฝ่าย เราจะทำอย่างไรให้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ และไม่ตกหล่น วันนี้ หอประชุมกองทัพอากาศ มีเทคนิคและขั้นตอนการจัดอีเว้นท์ให้ปัง ให้โด่งดังมาฝากครับ

rsz 80bloger2 01

 

1.ตั้งเป้าหมายจัดอีเว้นท์เพื่ออะไร

เช่น เปิดตัวธุรกิจ เปิดตัวสินค้าหรือบริการ แสดงสินค้า ขายสินค้า กระตุ้นการขาย การซื้อ เป็นต้น โดยเนื้อหาภายในงาน ถ้าคุณจัดอีเว้นท์เปิดตัวธุรกิจ คุณอาจต้องการที่จะสื่อสารถึงข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น สินค้าหรือบริการของคุณ ซึ่งในรายละเอียดที่ต้องการที่จะสื่อสารออกมานั้นสามารถก็ต้องแยกออกมาอีกว่า เป้าหมายของอีเว้นท์นี้คืออะไร เช่น Sales, Media coverage, Consumer awareness

C 20

 

2.ตั้งงบประมาณ

คุณสามารถเซฟตัวอย่างแบบแผนสำหรับการคุมงบประมาณในการอีเว้นท์ไปได้เลย โดยสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบ หัวข้อต่างๆ ได้ตามรูปแบบงานที่คุณจัด นอกจากนี้เรื่องของสปอนเซอร์ก็สำคัญ ใครที่เหมาะสมจะมาเป็นสปอนเซอร์ให้งานของคุณ สปอนเซอร์เจ้าไหนที่จะสามารถเพิ่มมูลค่างานอีเว้นท์ของคุณได้ แล้วคุณจะ Offer อะไรให้สปอนเซอร์เหล่านั้น และ partner ที่เหมาะสมจะมาร่วมงานด้วย ความสัมพันธ์ของคุณกับแบรนด์ (หรือบุคคล) เหล่านั้น

B 3

 

3.เลือกสถานที่

สถานที่นั้นเหมาะสมกับผู้เข้าร่วมงานของคุณหรือเปล่า สถานที่นั้นได้เพิ่มมูลค่าให้งานของคุณหรือเปล่า มันอยู่ในงบประมาณหรือเปล่า สถานที่นั้นมีพื้นที่เพียงพอที่จะรองรับแขกในจำนวนที่จะมาเข้าร่วมหรือเปล่า มันง่ายต่อการเดินทางหรือเปล่า และมันมีพื้นที่จอดรถเพียงพอสำหรับผู้ใช้รถยนต์หรือเปล่า

B 8

 

4.เลือกวันและเวลา

วันและเวลาไหนที่จะเหมาะสมกับผู้ร่วมงานของคุณที่สุด เพราะคุณต้องแน่ใจว่าแขกที่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จะสามารถมาเข้าร่วมงานได้ วันหรือสัปดาห์ไหนที่จะเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ ซึ่งลองคิดดูว่าเวลาหรือวันใดที่พวกเขาจะไม่มีงานยุ่งจนเกินไป

B 14

 

5.การเล่าเรื่องหรือที่มาของงาน

งานอีเว้นท์จะสนุกมากขึ้น ถ้าคุณเพิ่มการเล่าเรื่องราวของงานมาไว้ด้วย อาจเป็นที่มาของงาน หรือแคมเปญสุดสร้างสรรค์ต่างๆ ซึ่งควรทำมันให้ออกมาง่ายๆ และสื่อสารได้ตรง เร็ว และง่ายมากที่สุด ที่สำคัญอย่าลืมสิ่งที่เราจะต้องสื่อสารกับผู้ร่วมงานว่าเราทำอะไร เช่น แนะนำแบรนด์ของคุณ สินค้าของคุณ ต้องบอกลูกค้าถึงสิ่งใหม่ๆ ที่คุณได้จัดทำขึ้น

C 8

 

6.การประชาสัมพันธ์

คุณอาจทำให้เกิดการบอกต่อกันในหมู่คน อย่าลืมใช้ Social media ของคุณให้เป็นประโยชน์ในการสื่อสาร ประกาศ หรือแจ้งข่าวต่างๆ ของงานอีเว้นท์ และควรมีพื้นที่ที่จะให้ผู้ร่วมงานคอมเม้นท์ ติชม หรือสอบถามได้ด้วย หรือคุณอาจเข้าหา bloggers / websites / brands ที่เหมาะสมในการเป็นสปอนเซอร์ที่จะโพสต์ลงบนเว็บไซต์ของพวกเขา (เว็บที่เป็นที่นิยมในด้านที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกับคุณ) นอกจากนี้ต้องเตรียมโต๊ะ เก้าอี้ อาหาร เครื่องดื่ม ฯลฯ

B 1

 

หากใครต้องการจัดอีเว้นท์ ก็ลองนำเอาแนวทางข้างต้น ไปเป็นแนวทางในการทำธุรกิจได้นะครับ เชื่อน่าจะเป็นประโยชน์ และช่วยให้การจัดอีเว้นท์ของคุณประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะใครที่กำลังจะจัดงานช่วงปีนี้ เราแนะนำคุณได้ ติดต่อเราได้เลยนะ

รับจัดปาร์ตี้ / งานเลี้ยงปีใหม่ /งานวันเกิด /งานเลี้ยงบริษัท
มีห้องจัดเลี้ยงส่วนตัว อาหารอร่อย บรรยากาศดี
โทร.091-4146180 line : rtaf80
Line : rtaf80 
ติดต่อเราเลย!!! เรายินดีบริการท่าน

 

 งานหมั้นเช้าเลี้ยงเที่ยง vs งานหมั้นเช้าเลี้ยงเย็น เลือกแบบไหนดี

rsz 80bloger3 01

 

          ใครที่ยังนึกไม่ออกว่าตัวเองเหมาะกับงานแต่งงานแบบไหน มาลองดูกันดีกว่าค่ะ ว่าการเลือกเวลาจัดเลี้ยงในแต่ละช่วง มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรบ้าง จะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และได้รูปแบบงานแต่งงานที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ ด้วย!

งานหมั้นเช้าเลี้ยงเที่ยง

ข้อดี เป็นรูปแบบงานที่แขกผู้ใหญ่ชอบมากเป็นพิเศษค่ะ เพราะได้ดูช่วงพิธีการแบบเต็มๆ ครบสูตร ทั้งขบวนหมั้น มีขั้นตอนตั้งแต่ สวมแหวนแต่งงาน ยกน้ำชา ไปจนถึงหลั่งน้ำสังข์ให้ลูกหลาน (ทุกช็อตนี่ รุ่นใหญ่เขาจะฟินไปตามๆ กันหมด) แถมเรายังมีโอกาสได้ซองหนักๆ เพิ่มขึ้นอีก จัดเป็นอีกหนึ่งทิปส์ (ที่แม้จะไม่ได้หวังผลด้านการเงิน) แต่ก็จริงแท้แน่นอนแบบคาดหวังได้เลย!

       อีกหนึ่งไฮไลท์ของการจัดงานหมั้นเช้าแล้วต่อด้วยงานเลี้ยงเที่ยง คือประหยัดเวลาค่ะ ทั้งสะดวกรวดเร็ว และไม่เหนื่อยมาก จัดงานเลี้ยงเสร็จช่วงเที่ยง ตกบ่ายก็ได้พักกันแล้ว หรือตอนเย็นจะมีปาร์ตี้สนุกๆ ต่อกับเพื่อนๆ ก็สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจผู้ใหญ่ งานแต่งงานในรูปแบบนี้ จึงเหมาะสำหรับบ่าวสาวที่มีแขกผู้ใหญ่เยอะ และต้องการบรรยากาศแบบสบายๆ เป็นกันเอง อีกทั้งยังช่วยเซฟงบไปได้อีกมาก ทั้งค่าช่างภาพ ค่าช่างแต่งหน้า (ที่น่าจะคิดแค่รอบครึ่ง) และ Minimum Spending ของงานจัดเลี้ยงรูปแบบนี้ ตามโรงแรมทั่วไปก็คิดค่าใช้จ่ายน้อยกว่าแบบงานหมั้นเช้าเลี้ยงเย็นด้วยค่ะ

ข้อเสีย บ่าวสาวอาจจะรู้สึกว่าจัดเลี้ยงแบบนี้ ยังไงก็แกรนด์สู้จัดเลี้ยงตอนเย็นไม่ได้ ที่สำคัญคือ อาจจะไม่ค่อยมีเวลาเปลี่ยนชุด เนื่องจากพอเสร็จพิธี ก็ต้องรีบทำตามกำหนดฤกษ์ให้ทัน มีพิธีแต่งงานอื่นๆ ที่จ่อคิวให้ต้องทำอีกมากมาย ส่งผลให้ไม่มีเวลาเก็บภาพบรรยากาศ ไม่ค่อยได้ออกไปถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนฝูงหรือญาติผู้ใหญ่ และหากอยากจะจัดเลี้ยง After Party ก็จะต้องเสียค่าอาหารและเครื่องดื่มแยกต่างหากอีกครั้ง เหมือนเป็นการเสียเงินซ้ำซ้อนค่ะ

 

งานหมั้นเช้าเลี้ยงเย็น

ข้อดี เหมาะสำหรับบ่าวสาวที่มีแขกจำนวนมาก เพราะมีเวลาในการยืนรับแขกได้อย่างเต็มที่ แถมช่วงที่มีการเปิดพรีเซนเทชั่นแต่งงาน ก็สามารถนำวิดีโอจากงานแต่งตอนเช้ามาฉายได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาทำพรีเซนเทชั่นแต่งงานแยกอีก

       ในส่วนของ After Party ก็จะทำให้เพื่อนๆ รู้สึกสนุก และมีความต่อเนื่องมากขึ้น เพราะกินดื่มกันมาเต็มที่ตั้งแต่ในช่วงงานเลี้ยงอยู่แล้ว ทั้งยังมีเวลาโพสท่าถ่ายรูปชุดงานเช้าและชุดงานเย็น และก็สามารถแวะไปถ่ายตามบริเวณต่างๆ ในงานได้อย่างทั่วถึง ที่สำคัญเลยคือ จัดให้แขกวัยรุ่น โดยเฉพาะเพื่อนๆ ของบ่าวสาว ก็จะยิ่งชอบ เพราะไม่ต้องตื่นเช้า มีเวลาเตรียมตัว แต่งสวยมาร่วมงานได้แบบสบายๆ เลยค่ะ

ข้อเสีย   ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะถูกคิดอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะถือว่าจัด 2 รอบ และหากงานเริ่มช้าหรือรถติด แขกผู้ใหญ่อาจมีสิทธิแยกตัวกลับก่อน นอกจากนี้หากเป็นแขกที่สูงวัยมากๆ อาจเดินทางไม่สะดวก ทั้งลำบากแล้วก็เหนื่อย แต่ส่วนที่เหนื่อยที่สุดก็ต้องยกให้บ่าวสาวนี่แหละค่ะ เพราะก่อนวันเริ่มงานจริง นอกจากจะนอนไม่ค่อยหลับ แถมยังต้องตื่นมาทำพิธีหมั้นตั้งแต่เช้า และยืนลากยาวตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงมืดอีก ระหว่างวันก็ยังไม่ค่อยได้ทานอะไรเท่าไหร่ด้วย (บ่าวสาวที่ได้ทานอาหารช่วงงานเลี้ยงนี่แทบจะนับคนได้เลย)  เรียกว่าพอขึ้นวันใหม่ ก็ต้องพักร่างกันยาวเลยทีเดียว เพราะแทบจะหมดแรงกันยกทีม

 

    แต่ไม่ว่าจะเลือกช่วงเวลาในการจัดเลี้ยงกันแบบไหน ยังไง แอดมินก็ขอเชียร์ให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวทุกคนมีความสุขในระหว่างการเตรียมงานแต่ง (และเลือกรูปแบบงาน) ไว้ก่อนค่ะ
-----------------------------------------------------
รับจัดปาร์ตี้ / งานเลี้ยงปีใหม่ /งานวันเกิด /งานเลี้ยงบริษัท
มีห้องจัดเลี้ยงส่วนตัว อาหารอร่อย บรรยากาศดี
โทร.091-414-6180
Line : rtaf80 
ติดต่อเราเลย!!! เรายินดีบริการท่าน